แก้ปัญหาของริมฝีปากดำคล้ำ

ปัญหาที่ก่อความกังวลให้หญิงสาวจำนวนมาก คือ ปัญหาริมฝีปากคล้ำ ซึ่งหากดูแลไม่ดีพอ หรือแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ริมฝีปากจะยิ่งดำคล้ำ ทำให้ดูน่าเกลียดและบั่นทอนความงามของใบหน้าลงไปมากเลยทีเดียว

สีของริมฝีปากตามปกติมีตั้งแต่สีชมพู สีแดง ไปจนถึงสีคล้ำ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะบุคคลที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ บรรพบุรุษ เช่น คนผิวคล้ำมักมีริมฝีปากเข้มมากกว่าคนผิวขาว ริมฝีปากสีแดงหาได้ยาก นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ปากดำคล้ำ เช่น

   ๑. เป็นไปตามวัยที่ธรรมชาติได้กำหนดไว้ว่า เมื่ออายุมากขึ้น ริมฝีปากก็จะเริ่มมีสีคล้ำขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับสีของผิวหนังส่วนอื่นๆ ในร่างกาย เพราะฉะนั้นก็อย่าไปกังวลเลย

   ๒. เกิดจากแสงแดดที่ทำให้คล้ำขึ้นคล้ายกับผิวหนังที่โดนแดดบ่อย การป้องกันคือ ทาลิปสติกกันแดด

   ๓. การแพ้เครื่องสำอาง โดยเฉพาะลิปสติกที่ราคาถูกไม่ได้มาตรฐาน แม้ลิปสติกที่มีคุณภาพดี ยี่ห้อดัง ก็ยังทำให้บางคนแพ้ได้ อาจจะแพ้น้ำหอม สารกันบูด หรือสีในลิปสติก

   ๔. อุณหภูมิ อาจมีผลทำให้ริมฝีปากเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ช่วงอากาศหนาวเย็น ปากอาจจะมีสีคล้ำขึ้น เพราะเส้นเลือดหดตัวและมีสีดำมาคั่งค้างมากขึ้น

   ๕. อาหารที่เรารับประทานอยู่ทุกวันก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้เกิดปัญหาปากคล้ำ เช่น ผักขึ้นฉ่าย ผักชีฝรั่ง หอม กระเทียม ขิง หรือ ผลไม้รสเปี้ยว พวกส้ม สับปะรด มะม่วง ฯลฯ เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีสารที่ชื่อว่า โซราเลน (psoralen) สารดังกล่าวเมื่อตกค้างตามริมฝีปากก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาแต่อย่างไร แต่ถ้าสารเหล่านี้สัมผัสกับสารอัลตราไวโอเลตในแสงแดด ก็จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้ริมฝีปากอักเสบ และมีการกระตุ้นเซลล์ให้สร้างเม็ดสีออกมามากๆ จนปากดำคล้ำ เรียกว่า ปฏิกิริยาแพ้แดด

   ๖. ผู้ที่สุขภาพไม่สมบูรณ์ เช่น เลือดจาง เจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นต้น ผู้ป่วยระยะฟื้นไข้ ปริมาณเลือดที่ไหลมาเลี้ยงริมฝีปากมีน้อย จึงทำให้ริมฝีปากดูซีดเซียวไม่มีสีสัน หรือผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจที่เลือดมีความเข้มข้น ก็จะทำให้ริมฝีปากดูคล้ำกว่าคนปกติได้

   ๗. ยาบางชนิดก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้แดดได้ เช่น เบาหวาน ยาขับปัสสาวะ ยารักษาเชื้อรา ยารักษาหวัดหรือโรคภูมิแพ้ เป็นต้น